เฉลิมลาภ ทองอาจ

 

3Q2A9112-1024x683

อาลักษณ์นักกลอนอย่างพระศรีสุนทรโวหาร เรียกตัวเองว่าเป็นนักเลงกลอน  ชอบท้าทาย ชอบแก้ไข เห็นว่ากลอนคนอื่นมีข้อบกพร่อง ที่สุดแล้ว ความเป็นนักเลง ที่ไม่เกรงและไม่ไว้หน้าใคร ก็นำพาหายนะมาสู่ตนเอง ทำให้ต้องสิ้นทั้งชื่อเสียงเกียรติยศ และไร้ญาติขาดมิตร กลายเป็นคนที่ต้องพเนจรไปในหลายที่

“กระนี้หรือชื่อเสียงเกียรติยศ       จะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็น

เป็นผู้ดีมีมากแล้วยากเย็น            คิดก็เป็นอนิจจังเสียทั้งนั้น”

(นิราศภูเขาทอง)

แม้ภาพชีวิตของสุนทรภู่ในการรับรู้ของคนทั่วไป คือ ภาพของพระสงฆ์ ที่เที่ยวเร่ร่อนเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ แล้วบันทึกภาพชีวิตที่พบเห็นผ่านนิราศหลายเรื่อง  ทั้งยังมีข้อหาติดตัว จำพวกทำผิดศีล เคยติดคุกเพราะวิวาทกับญาติ  เกลือกกลั้วสุรายาเมา   แต่ใครเลยจะทราบบ้างว่า พระสุนทรโวหาร เคยรับราชการเป็นครู  และเป็นครูของเจ้าฟ้าทั้งวังหลวง และวังหน้าเสียอีกด้วย  ด้วยเหตุนี้  เราจึงสามารถวิเคราะห์บทบาทของกวีศรีรัตนโกสินทร์ผู้นี้ ในอีกแง่มุมหนึ่งในบทบาทของครู ได้อีกแง่มุมหนึ่ง

ตามประวัติที่มีการบันทึกไว้ สุนทรภู่ได้เขียนตำราหรือเอกสารประกอบการสอนชุดหนึ่ง ชื่อว่า “สวัสดิรักษา” เพื่อประกอบการถวายพระอักษร สมเด็จเจ้าฟ้าอาภรณ์พระเจ้าลูกยาเธอ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สันนิษฐานว่า แต่งขึ้นในปลายรัชสมัย ระหว่างปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ถึงปี พ.ศ. ๒๓๖๗ ซึ่งเนื้อหาในคำประพันธ์นี้ ได้แสดงความเป็นครูของสุนทรภู่ไว้ในหลายประการ

 

2558-04-03 09-42-42_5614_resize

 

สุนทรภู่ให้ศิษย์ระลึกถึงพระรัตนตรัยเมื่อตื่นขึ้นมาทุกเช้า  ด้วยการผินหน้าไปทางทิศตะวันออก แล้วสวดมนต์ในน้ำสำหรับล้างหน้า  เพื่อสร้างมงคลแก่ตนเอง  ที่สอนเช่นนี้ เพื่อเป็นอุบายให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ เพราะในเริ่มต้นแห่งวัน หากมีใจใสบริสุทธิ์นึกถึงแต่ธรรม ก็จะทำให้การกระทำที่จะเกิดขึ้นในวันนั้น เป็นการกระทำที่ปราศจากกรรมกิเลส  ดังที่สุนทรภู่กล่าวไว้ว่า

“ว่าเช้าตรู่สุริโยอโณไทย                         ตื่นนอนให้ห้ามโมโหอย่างโกรธา

ผินพักตร์สู่บูรพทิศแลทักษิณ                  เศกวารินด้วยพระธรรมคาถา

ที่นับถือคือพระไตรสรณา                         ถ้วนสามคราจึงชำระสระพระพักตร์”

จากนั้น เมื่อจะพูดกล่าวถ้อยคำใด ขอให้คำแรกแห่งวัน จงเป็นคำพูดที่ดีงาม ที่สอนเช่นนี้ เพราะคำพูดเป็นสิ่งที่สำคัญต่อมนุษย์ คำพูดที่ดี ต้องเกิดจากความตั้งใจที่ดี  ดังนั้น เมื่อรู้จักที่จะใช้วาจาสุจริต  ผู้ที่ไปติดต่อด้วยก็จะรู้สึกชื่นชม การงานต่าง ๆ ก็บรรลุผลด้วยเหตุแห่งคำพูด

นอกจากนี้ ในเรื่องพฤติกรรมจรรยา  สุนทรภู่ยังให้ความสำคัญต่ออิริยาบทการแสดงออกต่าง ๆ แม้ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การกระทำที่เป็นมงคลนั้น อยู่ในทุกการกระทำ แม้ในยามทำธุระส่วนตัว เช่นการเข้าห้องน้ำ หรือการถ่มน้ำลาย  สุนทรภู่ก็สอนให้ศิษย์ทราบว่า อะไรควร อะไรมิควร  เช่นเดียวกับในปัจจุบันที่ครูจะต้องสอนกิริยามารยาทด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ดังความในสวัสดิรักษา ที่แสดงไว้ว่า

“อนึ่งนั่งบังคลอย่ายลต่ำ                         อย่าบ้วนน้ำลายพาเสียราศี”

แม้ในเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ สุนทรภู่ยังสอนให้ศิษย์ในฐานะที่เป็นเชื้อพระวงศ์ พึงระมัดระวังคือ มิให้เจ้าจอมหม่อมห้ามทั้งหลาย นอนทับพระหัตถ์ หรือแม้แต่จะมีส่วนใดของร่างกายมาพาดพระบาท ซึ่งโดยสรุปแล้วก็คือ เมื่อจะทรงพระบรรทม จะต้องระวังมิให้สตรีต้องพระวรกาย เหตุที่เป็นเช่นนี้ นอกจากในเรื่องทางวัฒนธรรมความเชื่อว่าพระวรกายเป็นของสูง มิควรปล่อยให้สตรีทำเกะกะแล้ว ที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องความปลอดภัยนั่นเอง เพราะหากมีภัยอันตรายใด ๆ มาถึงในห้องพระบรรทม หากมีคนมานอนพาดหรือมาทำให้ไม่สะดวกต่อการเคลื่อนพระองค์ ก็อาจประสบเภทภัยต่าง ๆ ได้  จึงนับว่า สุนทรภู่รอบคอบและรู้จักที่จะให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อศิษย์

“อนึ่งพระองค์ทรงเจริญเพลินถนอม                      อย่าให้หม่อมห้ามหลับทับหัตถา”

นอกจากนี้ เมื่อศิษย์จะทรงบรรทม หรือขยับพระวรกาย หากได้ยินเสียงอะไร อย่าทัก โดยสุนทรภู่ให้อุบายว่า หากทัก จะเข้าทางของพวกภูตผีต่าง ๆ ที่จะมาทำฤทธิ์ใส่ตัวได้  ซึ่งเมื่อวิเคราะห์เจตนาในการสอนแล้ว ก็จะเห็นว่า คงจะเป็นประโยชน์ในเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพราะการไม่ส่งเสียง ก็เท่ากับการซ่อนตำแหน่งของตนเอง อันจะทำให้ศัตรูมีโอกาสที่จะเข้าประชิดตัวได้ยากขึ้น ดังที่เขียนไว้ว่า

“อนึ่งว่าถ้าจะจรแลนอนนั่ง                     สำเนียงดังโผงเผาะเกาะกุกกัก

คือคุณผีปีศาจอุบาทว์ยักษ์                   ใครทายทักถูกฤทธิ์วิทยา”

เรื่องการแต่งกาย สุนทรภู่แนะนำให้ศิษย์เลือกแต่งกายในแต่ละวันให้มีสีแตกต่างกันไปตามลักษณะมงคลแต่โบราณ เช่น วันอาทิตย์นุ่งแดง วันเสาร์นุ่งคำ  แม้ในการเลือกม้าทรง ก็ให้เลือกสีให้เหมาะกับสีเสื้อผ้าที่สวม คำสอนนี้ เกี่ยวข้องกับบทบาทและหน้าที่ของศิษย์ คือให้ทราบว่า วันนั้นจะต้องทำอะไร และควรจะใส่เสื้อผ้าอย่างไรจึงจะเหมาะสม ตัวอย่างเช่น วันศุกร์ ให้นุ่งผ้าสีเมฆหมอก  เป็นชุดสำหรับออกสงคราม เป็นต้น

คนดีย่อมรู้จักการแสดงคารวะ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน  สุนทรภู่ย้ำแก่ศิษย์ว่า  ไม่เพียงแต่คนที่มีบุญคุณที่เราจะแสดงการคารวะ หากแต่ธรรมชาติ เราก็ต้องรู้จักเคารพ ข้อนี้แสดงให้เห็นแนวคิดเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน  เพราะหากผู้เรียนสามารถที่จะเข้าใจหน้าที่ของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และเป็นไปตามธรรมชาติแล้ว  เขาก็จะเกิดความเคารพ ไม่ทำลาย หรือหาทางที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างมีความสุข ดังที่สุนทรภู่สอนให้เคารพธรรมชาติ อย่าตำหนิแดด ลม ฝน หรือแม้แต่พระอาทิตย์ เพราะสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยของมัน ไม่ได้เกิดจากอำนาจของใครที่จะมากลั่นแกล้งใคร ดังนี้

“อนึ่งอย่าด่าว่าแดดแลลมฝน                 อย่ากังวลเร่งวันให้พลันดับ

เมื่อเช้าตรู่สุริยงจะลงลับ                       จงคำนับสุริยันพระจันทร”

เมื่อพิจารณาถึงคำสอนต่าง ๆ ของสุนทรภู่ ในฐานะที่เป็นครู จะเห็นได้ว่า สิ่งที่สุนทรภู่สอนส่วนหนึ่งมากจากปรัชญาทางพุทธศาสนา พฤติกรรมและจริยธรรมที่ควรปฏิบัติ ก็ควรจะเป็นไปตามข้อกำหนดในเรื่องศีล  เช่น วันเกิด ไม่ควรฆ่าสัตว์ตัดชีวิต  อีกส่วนหนึ่งก็มาจากความเชื่อ อันเป็นขนบธรรมเนียม อันเป็นอุบายให้ศิษย์
ซึ่งอยู่ในฐานะเชื้อพระวงศ์ปฏิบัติ เพื่อรักษาความปลอดภัย  และรักษาพระเกียรติยศ  ไม่แสดงในสิ่งที่ไม่สุภาพ หรือน่าอับอาย  รู้จักที่จะแสดงพระองค์ให้เหมาะสม สื่อสารด้วยการแต่งกายที่สง่างาม แสดงให้เห็นว่า ในการสอนของสุนทรภู่นั้น  คำถึงถึงลักษณะของศิษย์  และรู้จักที่จะผสมผสานแนวคิดต่าง ๆ มาใช้ในการสอน  แสดงให้เห็นว่า ไม่เพียงแต่การเป็น “ครูกลอน” แต่สุนทรภู่หรือพระสุนทรโวหาร ยังเป็น “ครูชีวิต” ที่หวังจะให้ศิษย์เจริญก้าวหน้า  และได้รับความเจริญอันเป็นสวัสดิมงคลเสมอ

“ขอพระองค์จงจำไว้สำเหนียก                               ดังนี้เรียกสวัสดิรักษา

สำหรับองค์พงศ์กษัตริย์ขัตติยา                           ให้ผ่องผาสุกสวัสดิ์ขจัดภัย”

ในความเป็นครูดังที่ได้กล่าวมา นับว่าพระสุนทรโวหาร เป็นครูเพื่อศิษย์ อุทิศตนเพื่อการสอน และมีอุบายในการสอนอันเป็นกลวิธีชักนำศิษย์ให้ปฏิบัติตาม นับว่าเป็นแบบอย่างของครูผู้มีความสามารถอีกผู้หนึ่ง สมควรจะยกย่องไว้ ณ ที่นี้

________________________________________________________________________________________

เอกสารประกอบการเขียน

สุนทรโวหาร, พระ. (2559). สวัสดิรักษา. เข้าถึงได้จาก
https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2

 

 

Advertisements