เมื่อศาสตร์การสอนหายไปจากชั้นเรียนภาษาไทย

 

 เรียงความเรื่อง 

เมื่อศาสตร์การสอนหายไปจากชั้นเรียนภาษาไทย[*]

สำหรับนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2556

อ. เฉลิมลาภ  ทองอาจ

 

 

          ครูเป็นวิชาชีพอย่างหนึ่ง ที่ผู้เข้ามาประกอบนั้นควรที่จะภูมิใจ เพราะการที่จะใช้คำว่าวิชาชีพได้ หมายถึงว่า ต้องดำเนินอาชีพอย่างนั้น  โดยอาศัยความรู้และความชำนาญอย่างมาก เช่นนี้ แพทย์ วิศวกร สถาปนิก จึงเป็นวิชาชีพ  สังเกตได้ดีจะพบว่า อาชีพเหล่านี้ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับความเป็น  ความตายของชีวิตคน  จึงผิดพลาดไม่ได้ จะเห็นได้ว่า  แพทย์ย่อมต้องวินิจฉัยอาการ พิจารณาให้ยาหรือบำบัด ด้วยหลักความรู้ การปฏิบัติต่อคนไข้จึงต้องกระทำด้วยความรอบคอบ มิให้เกิดการบกพร่องแม้แต่น้อย เพราะอาจส่งผลต่อคนไข้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  ทุกอาชีพที่เป็นวิชาชีพดูจะยึดหลักข้อนี้  แต่น่าเสียดายที่ครูในปัจจุบันหลายคน  กลับมิได้คำนึงถึงพื้นฐานในข้อนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีครูภาษาไทยรวมอยู่ด้วย

          การเรียนการสอนภาษาไทยในชั้นเรียนปัจจุบัน เมื่อพิจารณาจากสภาพจริงที่ปรากฏในหลายสถานศึกษา คือ การเรียนเพื่อไปสอบแข่งขัน ครูจึงมิได้แตกต่างไปจากนักสอน ที่สอนเฉพาะเทคนิค  การจดจำหรือทำข้อสอบเป็นหลัก นักเรียนซึ่งมีภูมิรู้และประสบการณ์น้อย ก็พาลเห็นไปว่า นี่คือการสอนภาษาไทยที่ถูกต้อง ในขณะที่ครูภาษาไทยส่วนหนึ่ง ที่คำนึงถึงหลักวิชา คำนึงถึงการพัฒนากระบวนการ ทักษะภาษา  หรือยุทธศาสตร์ต่าง ๆ กลับถูกมองว่าเป็นพวกที่กระทำตัวไร้สาระ เชื่องช้า และไม่เป็นประโยชน์เอาเสียเลย กับการที่จะต้องมาฝึกเขียน ฝึกอ่าน ฝึกพูด  เมื่อไม่ได้รับคำยกย่องใด ๆ ครูภาษาไทยผู้มีอุดมการณ์ และยึดมั่นในศาสตร์การสอนเหล่านั้น  ก็คลายความยึดถือนั้นเสียหันกลับมาสอนด้วยการบอกความรู้ เพราะนอกจากได้รับการเชิดชูว่าสอนดีสอนเก่งแล้ว บางครั้ง    การสอนแบบเช่นว่า  ก็นำมาซึ่งลาภยศจากการหารายได้เสริมอีกด้วย   

          ศาสตร์การสอนพัฒนามาควบคู่กับศาสตร์เกี่ยวกับมนุษย์หลายศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นจิตวิทยาการศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้ การจัดการความรู้ การวัดและประเมินผล วิจัยการศึกษา  ฯลฯ แต่ดูเหมือนครูภาษาไทยจะให้ความสำคัญน้อยมาก ก็เมื่อจุดประสงค์หลักคือการบอกความรู้ และการเตรียมนักเรียนให้พร้อมพิชิตข้อสอบ จิตวิทยาการเรียนรู้จึงไม่สำคัญ การออกแบบการสอนก็ไม่สำคัญ การวิจัย  หรือการส่งเสริมหรือแก้ไขข้อบกพร่องของนักเรียนเป็นรายบุคคลก็ไร้คุณค่า ไม่มีความหมายอีกต่อไป สภาพเช่นว่านี้ “วิชาครู” อันเป็นความรู้เฉพาะ  จึงหมดคุณค่าและ          เสื่อมถอยลง เหลือเพียงวิชาของการสร้างความสนุกสนาน  หรือการกระทำตนให้กลายเป็นตัวตลกไร้สาระ ใช้ความตลกขำขันเข้าล่อลวงนักเรียนไปวันหนึ่ง ๆ   เมื่อผู้ได้ชื่อว่าเป็นครูภาษาไทย ไม่อาจธำรงรักษาวิชาครูดังที่ว่าไว้ได้แล้ว ก็เป็นช่องทางให้เกิดครูภาษาไทย  ที่ไม่จำเป็นจะต้องเรียนวิชาครูมาสอน  ที่สุดแล้ว  มาตรฐานของวิชาชีพครูภาษาไทยที่มีอยูjก็หมดลงไปโดยปริยาย เพราะไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้มาก่อน ใคร ๆ เขาก็สอนภาษาไทยได้  น่าสนใจว่า สังคมเรียกผู้อุปโลกน์ตนเป็นแพทย์ หลอกลวงรักษาผู้อื่นเพื่อหวังแก่อามิสสินจ้างว่า “หมอเถื่อน” แต่ไม่มีใครเรียกผู้มิได้สำเร็จการศึกษามาทางครูภาษาไทยว่าเป็น “ครูเถื่อน”  บ้าง  ฉะนั้น  คงจะเป็นความจริงที่ว่า  เมื่อใดก็ตามที่ศาสตร์การสอนหายไปจากครูภาษาไทย วิชาชีพครูภาษาไทยก็สาบสูญไปด้วยฉะนั้น

          ครูภาษาไทยส่วนหนึ่ง มองตนไว้คับแคบ ที่ว่าแคบนั้นคืออย่างไร ตอบได้ว่า คือมองเห็นเพียงแต่ว่าตนเองมีหน้าที่พัฒนาให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องหลักภาษา วรรณคดีไทย  และเก่งการใช้ภาษา   เพื่อสื่อสารเท่านั้น  ทั้งที่จริงแล้ว  ครูภาษาไทยเป็นวิชาชีพที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นผู้พัฒนาทักษะพื้นฐานของการเรียนรู้  หรือการศึกษาเล่าเรียนในรายวิชาทั้งปวง ปฏิเสธหรือไม่ว่า การเรียนในราย   วิชาต่าง ๆ นั้น  นักเรียนจะต้องแสวงหาความรู้ด้วยการอ่าน คิด ตั้งประเด็น สร้างความรู้ด้วยการอ่าน  เขียน พูด  ทักษะเหล่านี้เป็นทักษะของการเรียนรู้  และทั้งหมดนี้ ย่อมสัมพันธ์กับการพัฒนาความสามารถทางปัญญาของนักเรียนอย่างแน่แท้  หลีกเลี่ยงไม่ได้  การฝึกปฏิบัติเขียน อ่านหรือพูด ย่อมเป็นเหตุแห่งความก้าวหน้าของปัญญา  เนื้อหาการพูดหรือเขียนที่ดี มาจากการคิดอย่างเป็นระบบ ดังที่นักจิตวิทยาการเรียนรู้  ได้ยืนยันถึงประเด็นนี้สรุปได้ว่า  การเรียนการสอนในทุกวิชา จำเป็นที่จะต้องใช้สื่อกลางคือภาษา  เพราะภาษามิได้เป็นแต่เครื่องมือ  ในการสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเท่านั้น แต่ภาษายังเป็นเครื่องมือสำคัญ  ที่จะช่วยให้นักเรียนทำความเข้าใจธรรมชาติแวดล้อมพวกเขาอีกด้วย การเรียนรู้ภาษาและการพัฒนาทักษะภาษา  จึงเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีพัฒนาการทาง   ปัญญาแทบทุกทฤษฎี (Bruner,1966)   

          เมื่อนักเรียนฝึกเขียน  ฝึกพูดบ่อยครั้งเข้า ระบบความคิดก็ได้ทำงาน ประสานกันอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อเขียนอะไร พูดอะไร  ก็จะถูกต้อง สร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้รับฟัง  เป็นประโยชน์ต่อตนเองในหลายด้าน  ครูภาษาไทย จึงกลายเป็นผู้พัฒนากระบวนการคิด หรือการสร้างปัญญาของบุคคล        ซึ่งต่างจากแพทย์  อันเป็นวิชาชีพที่มีหน้าที่ในการรักษาแต่เฉพาะสรีระ งานครูภาษาไทยจึงเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เพราะเน้นไปที่การสร้างปัญญาความรู้คิดแต่น่าเสียใจที่ครูภาษาไทยกลับมิได้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้  มีเสียด้วยซ้ำ ที่บางส่วนกลับไปเชิดชูผู้สอนภาษาไทย  ประเภทที่มิได้เป็นวิชาชีพให้สูงกว่าตนเอง และดูถูกว่า วิชาชีพครูที่เรียนมาไม่เห็นจะก่อประโยชน์อันใด ความคิดเฉกเช่นว่านี้ ก็คือสัญญาณแห่งความล่มสลาย  ของวงการการสอนภาษาไทย ซึ่งมีอยู่จริงและพบเห็นได้ทั่วไป    ในขณะนี้   

          ศาสตร์การสอนนั้น หากจะจำกัดขอบเขตให้กระชับชัดเจนขึ้น ก็เหมือนจะมาหยุดอยู่ตรงที่ว่า ประกอบด้วย ศาสตร์ของการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ศาสตร์ของการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ศาสตร์ของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และศาสตร์ของการพัฒนาหรือใช้สื่อ หรือแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ หากท่านเป็นครูภาษาไทย และต้องการจะตรวจสอบว่า  ตนเองได้ละทิ้งความเป็นวิชาชีพครูภาษาไทยไปแล้วหรือไม่ ขอให้ท่านซื่อตรงต่อตนเอง  และสิ่งที่ท่านปฏิบัติมาโดยตลอดว่า ท่านได้คำนึงถึงหลักการอะไรบ้าง  ในการออกแบบจุดประสงค์การเรียนการสอน ท่านได้คำนึงถึงแนวคิด  หรือทฤษฎีอะไรบ้าง  ในการจัดการเรียนรู้ ท่านได้ใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่สามารถประเมินพฤติกรรม  หรือความสามารถทางการเรียนของนักเรียนแต่ละคนได้จริง เที่ยงตรงเพียงใด และในท้ายที่สุด ท่านได้ใช้หรือพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ที่ทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงหรือไม่ อย่างไร การตอบคำถามทั้งหมดแต่เพียงง่าย ๆ ว่า ไม่เห็นจำเป็นจะต้องรู้ทั้งหมดที่ว่ามาก็สอนได้ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องรู้อะไรมากมาย  สอนแบบนี้…สอนแบบนี้อย่างไรเล่า  นี่ก็แสดงว่าท่านมิได้ศรัทธาหรือเชื่อในคำว่าวิชาชีพเลย  (professional) จะหาประโยชน์อันใดจากผู้ไม่เชื่อในการพัฒนาตนเองเล่า  ถ้าเช่นนี้ขอให้ท่านลองคิดในมุมกลับบ้าง ถ้านี่เป็นคำตอบของผู้เป็นแพทย์คนหนึ่ง กล่าวแก่ท่าน เมื่อท่านอาการเพียบหนักว่า โรคแบบนี้ ไม่เห็นว่าจะยุ่งยากอะไร ก็ทำแบบนี้ ๆ ไปเสีย     ก็แล้วกัน ความรู้ วิชาการ  ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เคยรักษามาแล้วมากต่อมาก ท่านเองจะยอมรับการรักษาประเภทนี้ได้หรือไม่ ขอให้ท่านใช้ใจของท่านพิจารณาคำตอบด้วยตนเอง

          ทางเดียวที่จะทำให้อาชีพครูภาษาไทยยังสามารถดำรงไว้ซึ่งคำว่าวิชาชีพ คือ การที่ครูภาษาไทยใช้หลักวิชาความรู้ เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอนของตนเอง   กล่าวคือ  ให้เหตุผลได้ว่า เพราะจุดประสงค์แบบนี้ จึงใช้กิจกรรม  และกลวิธีการประเมินเช่นนี้ รวมถึงใช้สื่อประเภทนี้ ไม่กระทำอะไรที่เกี่ยวกับนักเรียนตามอำเภอใจ และใช้แต่ความเคยชินหรือเคยปฏิบัติ เพราะนักเรียนนั้นย่อมมีเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปีการศึกษา ครูไม่อาจใช้กลวิธีเช่นเดิมที่สอนทุก ๆ     ครั้งกับนักเรียนที่ปรับเปลี่ยนเข้ามาใหม่  เช่นเดียวกับที่วิศวกร ย่อมไม่อาจใช้เทคนิควิธีเดิมในการสร้างอาคาร หากแต่จะต้องรู้ว่า จะทำอย่างไรที่จะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความประสงค์ของผู้ว่าจ้าง ความปลอดภัยที่ต้องพึงมีอยู่ และรูปลักษณะที่ต้องเปลี่ยนแปรไปตามภูมิศาสตร์ หรือภูมิอากาศ เช่นนี้ คือแนวทางที่จะนำให้สังคมยอมรับความเป็นวิชาชีพ และกอบกู้ภาพลักษณ์ของครูภาษาไทย ให้กลับมาดำรงอยู่ในสถาบันวิชาชีพได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

 

          ศาสตร์การเรียนการสอน และศาสตร์ความเป็นครู มีหลักวิชาและหลักความรู้ต่าง ๆ ที่ได้คิดค้นขึ้น  และนำเสนอไว้มากต่อมาก ผู้เป็นครูภาษาไทยมิพึงเลยที่ปฏิเสธหลักความรู้เช่นว่านั้น     เพราะเมื่อใด ที่ครูปฏิเสธที่จะใช้หลักความรู้ ในการจัดการเรียนการสอนของตน เมื่อนั้นความเป็นครู จรรยาบรรณ  ความรับผิดชอบต่อนักเรียน  รวมถึงมาตรฐานอะไรต่อมิอะไรทั้งหลาย ก็ดูจะเสื่อมสิ้นไปแทบจะทันทีเช่นกัน หรือครูภาษาไทยเช่นท่าน ยินดี  และพร้อมแล้วที่จะเผชิญความเสื่อมสูญเช่นว่านั้น


[*]สำหรับนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ภายใต้การนิเทศของอาจารย์เฉลิมลาภ ทองอาจ เพื่อศึกษาและใช้เป็นแนวทางในการเตรียมการจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2556  ณ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม

เกี่ยวกับ chalermlahp

อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Uncategorized และติดป้ายกำกับ , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s