ทำอย่างไรเมื่อครูมิได้เป็นผู้ออกแบบหลักสูตรและมิได้บริหารหลักสูตร

                                                                                              

เฉลิมลาภ  ทองอาจ

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม

คณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

            การจัดบริหารหลักสูตรตามทฤษฎีนี้นั้น ควรเป็นหน้าที่ของผู้ใช้และรับผลจากการใช้หลักสูตรโดยตรง ซึ่งก็คือเป็นหน้าที่ของทั้งครูและผู้เรียน  ที่จะต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนาหลักสูตร (curriculum development)  แต่สภาพการณ์ในขณะนี้ กลับมิได้เป็นเ่ช่นนั้น  เพราะพบปัญหาว่า  ในกระบวนการจัดการศึกษาของประเทศไทย  บุคคลากรครูเข้ามามีบทบาทน้อยมากในการพัฒนาหลักสูตร เมื่อมิได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ผลที่ตามมาคือ การเรียนการสอนหรือประสบการณ์ใดๆ  ที่ครูจัดให้แก่ผู้เรียน ก็มิใช่เจตนารมณ์อันแท้จริงของหลักสูตร หรืออาจจะกล่าวได้ว่า หลักสูตรฉบับเขียน (written curriculum)  มิได้มีการนำไปใช้อย่างแท้จริง

          เหตุที่กล่าวเช่นนี้  เพราะจากประสบการณ์โดยส่วนตัวจากการได้เข้าไปจัดทำหลักสูตรของสถานศึกษา  และจากการที่ได้สนทนากับครูภาษาไทยจากสถานศึกษาหลายๆ แห่งพบว่า กรอบแนวคิดเกี่ยวกับคำว่าหลักสูตรของครูโดยทั่วไป  คือ ประมวลเนื้อหาสาระที่จะเรียนในแต่ละภาคการศึกษา เมื่อถึงเวลาที่จะต้องจัดการเรียนการสอนจริง ครูจะมิได้วางแผนจัดการเรียนรู้โดยใช้หลักสูตรที่เขียนขึ้นเป็นฐาน  แต่ครูจะใช้ประสบการณ์เดิมหรือความเคยชินเกี่ยวกับเนื้อหาและวิธีการสอนที่ตนเองใช้    เช่น  ตำรา เอกสารประกอบการสอน หรือประมวลรายวิชาที่ใช้มาแต่ดั้งเดิม  มาเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน  เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน (misconception)  อยู่มาก  เพราะ “ความเป็นหลักสูตร”  มิได้เกิดขึ้นเป็นเพียงรูปลักษณ์ของหลักสูตรเท่านั้น แต่ความเป็นหลักสูตรคือประสบการณ์ใดๆ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน  ครูและสิ่งแวดล้อมต่างๆ  อันจะทำให้เขาเกิดการพัฒนาตนเองในด้านความเป็นมนุษย์  ด้วยเหตุนี้  หลักสูตรจึงมิได้สิ้นสุดลงแค่ในชั้นของการเป็นเอกสาร แต่จะต้องเป็นบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริง ระหว่างครู ผู้เรียนและสิ่งแวดล้อม (ทั้งในและนอกชั้นเรียน)  ดังนั้น  ในการที่จะอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาที่ว่า หากครูไม่ได้เป็นผู้ออกแบบหลักสูตรแล้ว  จะดำเนินการอย่างไรนั้น  จึงย่อมต้องใช้การพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง

          ครูที่ไม่ได้ออกแบบ (หรือร่าง) หลักสูตรด้วยตนเอง  ในที่นี้  ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถนำหลักสูตรไปปฏิบัติได้  แต่ผลที่จะตามมาก็คือ  คุณภาพหรือลักษณะผู้เรียนตามหลักสูตรจะมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรอย่างแท้จริง เหตุที่กล่าวเช่นนี้  เพราะเมื่อครูมิได้เป็นผู้ร่างหลักสูตร เขาก็จะไม่ทราบว่าหลักสูตรมีเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนอย่างไร  เพราะรู้แต่ว่าจะสอนอะไร (รู้เนื้อหา)  การรู้  แต่ว่าจะสอนอะไรนับเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะเมื่อครูไม่รู้เป้าหมายการสอน และไม่รู้วิธีการสอนที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้น  การเรียนการสอนหรือประสบการณ์ที่จัดให้ก็จะเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีเป้าหมาย  ไม่รู้ว่าจัดไปเพื่ออะไร และต้องประเมินอะไร  และที่สำคัญ   เมื่อไม่มีเป้าหมาย ก็จะไม่ทราบว่า  เหตุใดจึงต้องจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการเช่นนั้น/   อย่างนั้น

          ในทางตรงกันข้าม  การรู้เป้าหมายและการรู้องค์ประกอบของหลักสูตร  ในกรณีที่ครูเป็นผู้สร้างหลักสูตรเอง ผลที่เกิดขึ้นคือครูมีเป้าหมายและกำหนดทิศทางและการตัดสินใจเลือกวิธีการสอนได้  ตัวอย่างเช่น  หากครูคนหนึ่งอ่านหลักสูตรแล้วพบว่า เนื้อหาที่กำหนดคือการแต่งคำประพันธ์ประเภทกลอนดอกสร้อย แล้วมิได้พิจารณาต่อไปว่า เจตนารมณ์หรือเป้าหมายของหลักสูตรคือการพัฒนาคนให้เกิดกระบวนการคิดระดับสูง  ครูผู้นั้นก็อาจจะสอนเนื้อหาดังกล่าวด้วยวิธีการสอนที่ไม่ได้มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการคิด เป็นต้น  เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เฉพาะในกรณีที่เป็นการจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลาง สามารถทำได้โดย

                   1.  การฝึกอบรมครูผู้สอนให้ทราบเกี่ยวกับโครงสร้างของหลักสูตรทั้งหมด สำหรับกรณีที่ครูอาจจะมิได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรมาตั้งแต่ต้น  ดังเช่นที่   Oliva  (2009: 95) ได้กล่าวถึงบทบาทของครูในการพัฒนาหลักสูตรสรุปได้ว่า  ครูเป็นเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่จะทำให้เกิดความมั่นใจว่า แผนงานของหลักสูตร (หรือหลักสูตรฉบับเขียน-ผู้เขียน) ได้มีการนำไปสู่ผู้เรียนอย่างแท้จริง  สำหรับครูใหม่  จะต้องมีภาระผูกพันโดยตรงในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา  โดยผู้บริหารจะต้องเปิดโอกาสให้ครูเข้าไปฝึกปฏิบัติในกระบวนการดังกล่าว  เพื่อให้ครูใหม่ได้ศึกษาเรียนรู้จากนักหลักสูตรและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ  การจัดทำหลักสูตร และเกิดความรู้และทักษะในการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งที่จริงแล้วควรจะเป็นความรู้พื้นฐานสำหรับผู้เป็นครูทุกคน  นอกจากนี้  Oliva  ยังเสนอว่า นอกจากการให้ครูมีบทบาทในการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรแล้ว  เป้าหมายที่แท้จริงคือ  สถานศึกษาจะต้องกระตุ้นพลังในตัวครู (empowerment) โดยการอนุญาตให้ครูได้ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ  อันเป็นที่มาของรูปแบบการจัดการที่เรียกว่า “site-based management”  ซึ่งหมายถึงการจัดการที่ให้หน่วยงานหรือองค์กร ซึ่งในที่นี้คือสถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง  โดยส่วนกลางจะลดอำนาจในการบริหารลง  (decentralize) สำหรับสถานศึกษา ก็จะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการ เพื่อให้ครูมีพื้นที่ในการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องหลักสูตรให้มากที่สุด   ซึ่งหากจะให้เกิดความสะดวกในทางปฏิบัติ  รูปแบบการอบรมที่ควรนำมาใช้คือการอบรมฝึกปฏิบัติการให้ครูสร้างหลักสูตรจำลอง หรือหลักสูตรระดับพื้นฐาน  (สำหรับนักเรียนในระดับชั้นประถม-มัธยม) แล้วสร้างหลักสูตรในระดับต่างๆ ที่ลดหลั่นลงมา เช่น หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้  (ระยะยาว ระยะสั้น รายชั่วโมง)  ซึ่งหากครูเข้าใจกระบวนการทั้งหมดแล้ว ก็จะมองเห็นภาพรวมของหลักสูตร และความสอดคล้อง (congruent)  ของหลักสูตรทุกระดับ ที่จะต้องเชื่อมโยงถึงกัน

                   2.  การปรับปรุงหรือจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ระยะยาว  แผนการจัดการเรียนรู้รายหน่วยและรายคาบเพิ่มเติม  ซึ่งในการนี้ ครูผู้สอนควรใช้โอกาสในการพูดคุยกันและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรมากยิ่งขึ้น  ทั้งนี้เนื่องจากแผนการจัดการเรียนรู้รายคาบหรือรายชั่วโมง เป็นหลักสูตรที่เกิดขึ้นในบริบทจริงมากที่สุด  หรือเป็นหลักสูตรที่นำไปสอน (taught curriculum)  หากครูสามารถที่จะสร้างหลักสูตร  ที่นำไปสอนและใช้ได้ตามที่เขียนไว้ หรือ “จัดการ” ให้ผู้เรียนเกิดผลการเรียนตามที่กำหนดไว้  ก็สามารถแน่ใจได้ในระดับหนึ่งว่า หลักสูตรฉบับเขียนได้แปรมาสู่การปฏิบัติแล้ว  อย่างไรก็ตาม การลดช่องว่างดังกล่าวให้เป็นศูนย์หรือน้อยที่สุดมีวิธีการเดียวคือ  จะต้องให้ครูเข้ามามีบทบาทในการออกแบบ  ร่างและสร้างหลักสูตรตั้งแต่แรกเริ่มของกระบวนการพัฒนาหลักสูตร  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ครูจะต้องมีบทบาทเป็นนักหลักสูตรอีกโสดหนึ่งด้วย

____________________________________________

 

รายการอ้างอิง

Oliva, P. F. 2009. Developing  the  curriculum. 7th ed.  Boston.  Pearson.

Advertisements